บทที่ 4 ตอนที่ 3

แม้รถยนต์จะเคลื่อนออกจากตัวเมืองนานนับสองชั่วโมงแล้ว แต่ดูเหมือนคนด้านของของคชาจะไม่หมดฤทธิ์ดื้อดึงเสียที ยังคงส่งเสียงร้องอื้ออึงในลำคอสร้างความรำคาญไม่หยุดหย่อน

"ถ้าต้องการอะไรก็พูดชัด ๆ " 

"อื้อ ๆ ๆ ๆ " 

"หึ ๆ " 

เทียนขมวดคิ้วอยากเข้าไปขยุ้มหน้าคชานัก เอาผ้าอุดปากเขาขนาดนี้จะพูดได้อย่างไร มิหนำซ้ำยังหัวเราะเยาะราวกับกำลังพอใจหรือนึกขันที่เทียนไม่สามารถพูดอะไรได้ ส่วนคนอื่น ๆ ในหมู่โจรเองก็หัวเราะเยาะเขาเช่นกัน เทียนมองค้อนคชาที่นั่งพาดแขนไปกับประตูรถ กักร่างเทียนเอาไว้ตรงกลางหนียากกว่าคนอื่นเขา 

"เอ็งอยากได้อะไรก็พูดไปสิวะไอ้หนู มัวแต่ร้องอื้อ ๆ ๆ ฮ่ะ ๆ " สมพรพูดพร้อมหัวเราะร่วน พี่เสือคงถูกใจเด็กนี่ที่แกล้งสนุกเลยจับมาหรือเปล่า เพราะเขาเองก็เห็นแววแสบมาตั้งนานแล้ว เทียนถอนลมหายใจออกมาแรง ๆ แล้วหันหน้าไปมองไอ้เสือคชา พ่อพระเอกที่เขาไม่ชอบขี้หน้าตั้งแต่อ่านนิยาย

ตุ๊บ! ทว่าเสียงหัวเราะบนรถพลันหายไป เมื่อจู่ ๆ เทียนดันใช้มือทุบลงบนอกของนายเหนือหัวสูงสุด มันไม่เคยมีใครกล้ากระทำเพราะถือเป็นคำสั่งตาย สมพรกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ ยังไม่ทันถึงชุมโจรดันมาหาเรื่องตายเสียก่อน

"ทำอะไร" คชาลดสายตาลงมองแผงอกตนเองข้างที่ถูกทุบ แล้วเงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบ เทียนไม่ตอบแต่จ้องเขม็ง

มุมปากหยักเพียงกระตุกยิ้มที่เห็นอย่างนั้น ก่อนมือใหญ่จะคว้าเข้าปลายคางเล็ก

"นั่งนิ่ง ๆ อย่าซน กูไม่ได้ใจดีอย่างที่มึงคิด"  คชาพูดแถมยังจะขยับหน้าเข้ามาใกล้ เทียนเลยรีบผลักแผ่นอกกว้างแล้วถอยหนีออกมา  เขายอมนั่งนิ่งเพียงครู่เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว สามคนด้านหลังยังไงเสียก็ไม่ถูกโจรกลุ่มนี้ฆ่าทิ้งเพราะเป็นตัวละครหลัก แต่เทียนนี่สิ.. เขาก็แค่ตัวประกอบที่แทบไม่มีความสำคัญอะไรกับเนื้อเรื่อง อาจจะถูกฆ่าทิ้งเข้าสักวัน

"ไง เงียบกริบเลยสิเอ็ง" สมพรหัวเราะไหล่สั่น เทียนเพียงเหลือบมองค้อนก่อนจะยอมนั่งนิ่งอยู่นาน 

"พี่คชา เรื่องที่ฉันเสนอ คิดอย่างไรบ้างพี่" 

"หมายถึงอะไร" คชาหันมาเลิกคิ้ว 

"ก็ที่จะทำทางเข้าชุมโจรใหม่ไง ฉันว่าเข้าออกทางเดียวมันเสี่ยงอยู่นะ" สมพรพูดตามที่คิด ถึงจะอยู่มาอย่างปลอดภัยร่วมยี่สิบปีแล้วก็เถอะ

"ถ้าพวกมึงทำตามกฎที่กูตั้งไว้ ไม่มีอะไรต้องกลัว" คชาเอ่ยพูด สายตาคอยมองทางเบื้องหน้า เผื่อเจออะไรไม่ดีเขาจะได้ปัดเป่าได้ทัน

เทียนเม้มริมฝีปากมองข้อมือตนเองที่ถูกมัดอยู่ด้านหน้า หลากหลายความคิดที่จะเอาตัวรอดเข้ามาในหัว ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนถึงรอดออกไปได้อย่างปลอดภัย ยิ่งก่อวีรกรรมกับเสือคชาเอาไว้เยอะด้วย ..แบบนี้รอดยากแน่ ฮึก..

"ก็จริงของพี่ ฉันแค่กลัวไป--เฮ้ย!!" สมพรร้องลั่นทันทีที่พวงมาลัยถูกเด็กด้านข้างเข้ามาแย่งแถมหักจนรถเกือบเสียหลัก คชารีบกระชากตัวเทียนเข้ามาพร้อมจับล็อกตัวได้ทันท่วงที สมพรพรูลมหายใจออกมา ยังดีที่เขาควบคุมรถเอาไว้ได้ไม่อย่างนั้นได้ตกลงไปข้างทางเสียเวลาเป็นวันแน่ คชาไม่ได้เอ่ยว่าอะไรนอกจากลดสายตาลงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ดูจะเสียดายที่ทำแผนในหัวพลาด

"เผลอเป็นไม่ได้" คชากดเสียงต่ำ ใจกล้าแบบนี้เห็นทีจะอยู่รังโจรของเขาได้ไม่ยาก เทียนพยายามดิ้นแม้จะถูกมัดแขนมัดขา รถคันใหญ่เลี้ยวเขาไปในป่า ก่อนจะมีบางสิ่งที่คล้าย ๆ ม่านหมอกเปิดออกพร้อมรถที่หายเข้าไปราวกับทะลุไปอีกมิติหนึ่ง 

เสียงเท้าของม้าวิ่งตรงมาทางนี้ คชาจัดการสวมหมวกปีกให้เรียบร้อย

"รีบขนของกลับ" 

"...." เทียนนั่งเงียบมองรอบตัวเพราะค่อนข้างที่จะกลัวอยู่เหมือนกัน กระทั่งสายตามาหยุดที่คชาซึ่งกำลังจดจ้องมาที่เขา

"ส่วนไอ้ตัวฤทธิ์มาก เดี๋ยวกูจัดการเอง"

พูดจบช่วงขายาวพลันเดินเข้ามาหาเทียนพร้อมโน้มตัวลงอุ้มร่างเล็กขึ้นมาแนบอก เทียนจะดิ้นก็ไม่กล้าเพราะในป่าตอนนี้ทั้งมืดทั้งทึบ ถึงวิ่งหนีทันก็ไม่น่าจะรอดออกไปได้ 

เขารีบหันไปมองคนทั้งสามกำลังเดินลงจากรถแล้วถูกเชือกมัดติดกัน 

"จะ..จะพาไปไหน" เทียนรีบถามเสียงเครือ ทำไมถึงไม่พาเขาไปจับมัดแล้วเดินเท้ากลับชุมโจรเหมือนสามคนนั้น เขาคิดว่าตนเองกำลังจะถูกพาไปฆ่า แต่เหมือนความกลัวจะทำให้เขาคิดไปเอง เพราะเบื้องหน้ามีม้าศึกตัวใหญ่กำลังยืนรออยู่ คชาจัดการแกะผ้าที่มัดแขนมัดขาเทียนออก แล้วโยนทิ้งไป

"เหยียบขึ้นไปนั่ง" 

"ขี่ม้าไม่เป็น อ๊ะ! ..ไม่เอา" เทียนพยายามจะดิ้นออก หากให้เขานั่งม้าแบบนี้มีหวังมันเตลิดพาเข้าไปหลงในป่าแน่ และดูเหมือนคชาจะไม่สนใจคิดฟังนอกจากดันเขาขึ้นไปนั่งบนอานสำเร็จ เทียนรีบคว้าจับสิ่งที่พอยึดได้ เรียวขาเล็กสั่นพั่บ ๆ

แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือคชาปีนขึ้นมาซ้อนเข้าที่ด้านหลัง ไม่ได้ให้เทียนขี่ม้าอย่างที่คิดไปเองเมื่อครู่ สองแขนแข็งแรงโอบรอบตัวเทียนทั้งสองด้านเพื่อจับเชือกที่ใช้สำหรับบังคับสัตว์สี่ขา ในตอนนี้ตัวของเขาถึงได้อยู่ในอ้อมอกกว้างขวาง แผ่ไออุ่นไปทั่วทั้งแผ่นหลังของเทียน 

เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด... ฉากแบบนี้มันควรจะเกิดขึ้นกับนายเอก ไม่ใช่ลูกกระจ๊อกตัวร้ายอย่างเขา

หรือจะมีลับลมคมในอะไร พูดแล้วมันอดไม่ได้ที่จะเสียวหลังวาบ ..บางทีอาจจะพาเข้าไปยิงทิ้งในป่าลึกก็ได้

"มะ..ไม่มีที่จับเหรอ" น้ำเสียงที่เทียนใช้ยังคงตะกุกตะกัก 

"กูโอบขนาดนี้ มึงยังต้องกลัวตกอีกหรือไง" 

"แล้วคิดว่าคนอื่นจะต้องไม่กลัวเหมือนคุณหรือไง ไม่ประมาทอะ รู้จักหรือ...เปล่า" คำสุดท้ายเสียงแผ่วลงเมื่อเทียนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ รดข้างใบหูจนเขาต้องหดคอหนี

"ตัวสั่น แต่ก็ยังจะเถียงกูทุกคำ" 

เทียนกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อครู่สัมผัสได้ถึงจมูกโด่งเป็นสันที่เฉียดแก้มเขาไปนิดเดียว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เสียงแส้ฟาดลงพร้อมเจ้าม้าตัวใหญ่ที่เริ่มออกตัววิ่ง เทียนจับอานด้านหน้าเอาไว้แน่นเพราะกลัวตกลงไปคอหักตาย ถึงจะมีท่อนแขนขวางกั้นแต่ก็กลัวมากอยู่ดี ยิ่งม้าตัวนี้วิ่งเร็วมากเท่าไร แผ่นหลังเทียนมันดันขยับเข้าไปแนบชิดกับแผงอกของเสือคชามากขึ้น เขาไม่กล้ามองทางที่มืดทึบ หากไม่มีแสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องมา คงจะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ด้วยตาเนื้อ 

คชาที่อยู่ด้านหลังมองหัวทุย มุมปากหยักยกยิ้มออกมาบาง ๆ จมูกโด่งเป็นสันเผลอเฉียดเข้ากับกลุ่มผม ทว่ากลิ่นเหม็นกลับตีตื้นขึ้นมาจนเขาจาม

"นี่มึงสระผมบ้างหรือเปล่า!?" 

"อะ..ไร คุณควรตั้งใจขี่ม้าสิ" เทียนเลิ่กลั่ก จริง ๆ เขาไม่ได้อาบน้ำมาสองวันแล้ว ล้างหน้าแปรงฟันอย่างเดียว เพราะเคยเป็นนักเขียนที่ขลุกอยู่แต่ในห้องอาทิตย์จะอาบน้ำสักสองครั้ง ไม่แปลกนักหากจะติดนิสัยนี้มา อยู่ห้องแอร์ไม่มีเหงื่อออกจะอาบทำไมบ่อย ๆ 

"ถึงชุมโจรเมื่อไร มึงอาบน้ำเลยนะ"

"แล้วลุงมายุ่งอะไรด้วย!" 

"เรียกกูลุงอีกที มึงจะโดนดูดปากกลางป่าเนี่ยแหละ" 

กระนั้นเทียนถึงได้หุบปากฉับ ทำไมต้องขู่ด้วยถ้อยคำเถื่อน ๆ แบบนี้ด้วย ถ้าเทียนจะโดนจริง ๆ ขอให้คนนั้นเป็นยงยุทธจะดีเสียกว่า 

แสงไฟจากหมู่บ้านเล็ก ๆ สาดส่องเข้ามาให้ได้เห็น เทียนเบิกตาขึ้นทีละน้อย เขาได้เห็นรังโจรเป็นครั้งแรก จัดบ้านเรือนเป็นระเบียบ มีทั้งผู้หญิงและเด็ก ๆ รวมไปถึงคนแก่เองก็เช่นกัน 

ม้าสีนิลค่อย ๆ ชะลอความเร็วลง เทียนกวาดสายตามองไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ทุกคนต่างมีสีหน้าโล่งใจที่ได้เห็นคชากลับมาถึงอย่างปลอดภัย

คชาลงจากม้าอย่างคล่องแคล่ว อาจเป็นเพราะความสูงและแข็งแรงเลยทำให้มันเป็นเรื่องง่าย ผิดกับเทียนที่มองลงไปบนพื้น ไม่กล้าแม้จะขยับตัว 

"ลงมา" 

"ละ..ลงยังไง" 

"เหยียบตรงโกลน แล้วลงมา" 

เทียนเม้มริมฝีปาก ดวงตากลมลดลงมองแล้วค่อย ๆ ใช้เท้าเหยียบโกลน ด้วยความที่ไม่เคยชินทำให้เทียนทรงตัวไม่อยู่เป็นผลให้ร่างเล็กหงายหลังเตรียมจะตกกระแทกพื้น

พลั่ก!!

"โอ๊ย!" ตกกระแทกพื้นจริง ๆ ไม่มีใครรอรับ คชาเพียงยืนกอดอกทอดสายตามองมาทางเขาด้วยรอยยิ้มเหมือนภาพที่เห็นเป็นเรื่องตลก 

"ลุกขึ้นมา" 

"อย่ามายุ่ง" เทียนมองค้อนใส่พ่อพระเอกใจโฉด แล้วลุกขึ้นมายืนด้วยตนเอง แอบเซนิดหน่อยเพราะทั้งมึนทั้งเจ็บ 

เทียนเดินสะบัดสะโบกมานั่งลงบนแคร่ไม้เพื่อปัดฝุ่นบนตัว ผ่านไปไม่นานกลุ่มโจรพร้อมข้าวของก็มาถึง เทียนรีบมองหาทั้งสามคนที่โดนจับมาพร้อมกับเขา 

"ประนอม ไปจัดเตรียมบ้านพักให้คนพวกนี้"

"ได้จ้ะ เดี๋ยวป้าจัดการให้" ป้าประนอมตอบกลับด้วยรอยยิ้ม มีเพียงเทียนที่นั่งหน้าบึ้ง ส่วนคนอื่นกำลังกวาดสายตามองโดยรอบ ที่นี่มีแสงไฟจากตะเกียงเพียงอย่างเดียว บรรยากาศตอนกลางคืนวังเวงมากเสียจนต้นรักเผลอกอดแขนของยงยุทธ 

"ส่วนคู่รักก็ให้นอนด้วยกัน จะได้ไม่เปลืองพื้นที่" คชาพูดจบถึงได้เดินออกไป ป้าประนอมเลยให้ทั้งสามคนเดินตามออกมาเพื่อพาไปยังที่พักพิง

เทียนได้กระท่อมเกือบริมสุด เขาเดินเข้าไปแล้วกราดมองภายในห้องที่ตนจะต้องนอน สัปปะรังเค เก่า โกโรโกโส กากที่สุดในชีวิต เทียนกระแทกตัวนั่งลงบนพื้นไม้ แล้วทำไมเขาต้องโดนจับมาทั้งที่ในบทมันไม่ใช่แบบนี้ ทุกอย่างคลาดเคลื่อนไปหมดจนเริ่มไปต่อไม่ถูก 

เทียนจุดตะเกียงรีบเดินเข้าไปปิดหน้าต่าง แล้วจัดการปูที่นอนให้เรียบร้อย 

แกร๊ก 

ทว่าเสียงจากด้านนอกทำให้เทียนชะงัก ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดสีเมื่อเสียงเริ่มเข้ามาใกล้ 

แอ่ด...

"เฮ้ย!!" เทียนร้องเสียงหลงลั่นไปทั้งกระท่อมไม้ เขาเผลอยกตีนถีบผีหน้าประตูจนหงายหลังลงไปกองกับพื้นดิน ก่อนจะรีบสับเท้าวิ่งไม่คิดชีวิต เห็นเพียงเรือนไม้ท้ายหมู่บ้านที่ยังคงมีไฟจากตะเกียงเปิดอยู่ เทียนไม่รอช้าขึ้นไปกระแทกประตูเปิดออกแล้ววิ่งเข้าไป

ปึ่ก! 

ทว่าสติเตลิดไปหน่อยจนไม่ได้มองทางแล้วชนเข้ากับแผงอกเปลือยของใครบางคน เทียนเงยหน้าขึ้นทั้งที่หน้าซีดปากสั่น 

"จะกลับ ฮึก..พาผมกลับเดี๋ยวนี้นะ!" พอเห็นว่าเป็นคชามือเรียวเลยยกขึ้นทุบแผงอกกว้าง ความกลัวทำให้เขาไม่กล้ากลับไปนอนคนเดียวอีกแล้ว คชาผ่อนลมหายใจออกมา 

"ไปเจออะไรมา" 

"ฮึก..ผีหลอก" 

"จะมีได้อย่างไร ชุมนี้อาคมหนาพอจะกันพวกผีสางนางไม้" คชายังคงยืนนิ่งมองเด็กที่จับแขนเขาทั้งสองข้างแน่น ใบหน้ามู่ทู่ฝังอยู่กลางอก

"ก็เจอไปแล้วอะ จะให้ทำยังไง!"

"กูบอกว่าไม่มีก็คือไม่มี"

"เป็นแค่รังโจรบอกกันผีได้" เทียนผละออกจากคชาที่ยืนถอดเสื้อ สวมเพียงโสร่งเนื้อดีและผ้าขาวม้าพาดไหล่ 

พอได้ถอยออกมาเห็นหุ่นกำยำเต็มตา เทียนเลยรีบหลุบตาลงเพราะเพิ่งเคยเห็นคนหุ่นดีมากแบบนี้จากตาเนื้อเป็นครั้งแรก 

"อาคมของกูแม้แต่ผีที่มีอำนาจก็ไม่มีโอกาสได้ย่างกรายเข้ามา" คชาไพล่หลังแล้วโน้มตัวลงเล็กน้อย

"ก็แค่รังโจร พูดซะใหญ่โต" เทียนกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวด คืนนี้เขาคงต้องไปขอชะเอมนอนด้วย ไม่อย่างนั้นต้องทนหวาดระแวงไปทั้งคืน 

คชาเพียงไหวไหล่ แล้วเดินกลับมานั่งลงบนแคร่ไม้พร้อมเทเหล้าจากเหยือกลงแก้ว 

เทียนถอนลมหายใจ หันมองรอบตัวเห็นสร้อยพระอยู่หนึ่งองค์เลยรีบขโมยมา เขากำลังจะหันหลังเดินออกไป แต่มีบางสิ่งที่ทำให้ดวงตากลมเบิกกว้างร้องลั่นออกมาอีกครั้งทันทีที่เห็นสัตว์ป่าขนาดใหญ่กำลังนอนชูคอขึ้นมามองเขา 

ร่างเล็กวิ่งขาขวิดมาที่เจ้าของเรือน พร้อมปีนขึ้นไปบนตักอย่างไม่รู้ตัว 

"เสือ อึก! เสือมาได้ยังไง" ใบหน้าน่ารักฝังลงบนบ่ากว้างแล้วชี้นิ้วไปทางที่เสือตัวนั้นนอนอยู่ คชาเลยมองไปตามเรียวนิ้วเห็นสัตว์เลี้ยงของเขากำลังแสดงสีหน้ามึนงง มุมปากหยักเลยยกขึ้นเพียงเล็กน้อยก่อนมือสากจะวางลงบนเอวบาง

"กูจะไปรู้ไหม ในเมื่อที่นี่มันเป็นป่า" คชาเอี้ยวหน้ามองเทียนที่ซบบ่าเขาตัวสั่นระริก

"คุณก็รีบไล่มันออกไปสิ ฮึก.. มันจะมากินพวกเราแล้วนะ" 

"ขนาดนั้นเชียว" คชาเลิกคิ้วขึ้น ทำราวกับตกใจไปด้วย แต่น้ำเสียงทุ้มนั่นไม่ได้ดูเกรงกลัวเท่าเทียนเลยสักนิด มันทำให้คนที่กำลังตัวสั่นค่อย ๆ ขยับออกมาจ้องหน้าเจ้าเล่ห์ซึ่งกำลังสบเข้ากับตาเทียนพอดี 

โฮก!!

"อ้ากกกก!" เทียนร้องลั่นโผเข้ากอดคชาอีกครั้งทันทีที่มันคำราม แถมยังลงแรงเสียจนคชาเกือบหงายลงไปนอน มือใหญ่โอบเอวบางเอาไว้หลวม  ๆ ยังคงนึกสนุกอยู่ถึงได้นั่งนิ่งไม่ทำอะไรสักที

"ปากแจ๋วแต่ขี้กลัวแบบนี้มึงจะไปทำอะไรใครได้" 

"...."

"ดูท่าคงจะเก่งแค่เถียงกูฉอด ๆ " 

ก๊อก ก๊อก

คชาที่นั่งดื่มสุราปรายสายตาจากเทียนหอมที่กำลังนอนน้ำลายยืดหลับอยู่บนแคร่ไม้ของเขา ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูออก 

"พี่คชา คนของพี่มันถีบมะลิจนหน้าหงายเลย" มะลิแทบกรีดร้องออกมา หน้าของเธอที่โปะทานาคาเป็นอย่างดีขึ้นรอยตีนเต็มหน้า นอนสลบอยู่หน้ากระท่อมเพิ่งจะรู้สึกตัวเมื่อครู่นี้เอง

"แล้วมึงไปทำอะไรให้มันตกใจ" 

"ก็เอาสำรับผ้าผ่อนไปให้ พอเปิดประตูเข้าไปก็โดนถีบหน้าหงายมานี่ไง" มะลิแหวลั่น อยากจะกรี๊ดออกมาดัง ๆ หากไม่ติดว่าเกรงใจผู้นายเหนือหัว 

หลังจากพูดคุยกันจนรู้เรื่องแล้วคชาถึงได้เดินกลับมาพร้อมสำรับผ้าของเทียน ดวงตาคมลดลงมองคนที่เพิ่งนอนหลับปุ๋ยคาอกเขาไปไม่นานมานี้

มาวันแรกก็ก่อเรื่องวุ่นวายไปหมด ส่วนที่พิเรนทร์หักพวงมาลัยรถจนเกือบคว่ำเขายังไม่ได้จัดการ 

"ตื่นมาละน่าดู"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป